ภาพรวม
Nioh 3 คือการขยายสูตรเกมแอคชั่น RPG (Action RPG) ที่ได้รับการยกย่องของ Team Ninja สู่โลกเปิด (Open-world) ที่ทะเยอทะยาน เกมยังคงรักษาเอกลักษณ์หลักของซีรีส์ไว้ด้วยการต่อสู้ที่ท้าทายและการพัฒนาตัวละครที่ซับซ้อน พร้อมแนะนำอิสระในการสำรวจที่ไม่เคยมีมาก่อน ผู้เล่นจะได้ผจญภัยในญี่ปุ่นยุคศักดินาที่เต็มไปด้วยภัยคุกคามเหนือธรรมชาติ ซึ่งการเรียนรู้ทั้งเทคนิคซามูไรแบบดั้งเดิมและศิลปะนินจาที่ลอบเร้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเอาชีวิตรอด
ปริศนาหลักของ "the Crucible" ขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้า สร้างฉากหลังที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับการผจญภัยของตัวเอกเพื่อเป็นโชกุน พลังมืดนี้ส่งผลกระทบต่อโลกของเกม ทำให้หมู่บ้านเสียหายและเสริมพลังให้กับโยไค (Yokai) ที่ท่องไปทั่วชนบท การออกแบบโลกเปิด (Open-field) ช่วยให้ค้นพบสถานที่ที่เสียหายเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งแต่ละแห่งนำเสนอความท้าทายและรางวัลที่ไม่เหมือนใคร
อะไรที่ทำให้ระบบการต่อสู้ปฏิวัติวงการ?
ระบบการต่อสู้แบบสองสไตล์ (Dual combat style system) เป็นหัวใจสำคัญของนวัตกรรมการเล่นเกมของ Nioh 3 ผู้เล่นสามารถสลับระหว่างสไตล์ซามูไร (Samurai Style) และสไตล์นินจา (Ninja Style) ได้ทันทีในระหว่างการต่อสู้ใดๆ ซึ่งเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้โดยสิ้นเชิง สไตล์ซามูไรเน้นการเผชิญหน้าโดยตรงด้วยอาวุธหนักและเทคนิคการป้องกัน ในขณะที่สไตล์นินจาให้ความสำคัญกับการเคลื่อนที่ (Mobility) การลอบเร้น (Stealth) และเครื่องมือพิเศษ
คุณสมบัติการต่อสู้ที่สำคัญ ได้แก่:
- การสลับสไตล์ที่ราบรื่นโดยไม่มีความล่าช้าในการเคลื่อนไหว (Animation delays)
- ชุดอาวุธเฉพาะสำหรับแต่ละสไตล์การต่อสู้
- การโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อม (Environmental interactions) ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละแนวทาง
- คอมโบ (Combo) ที่ผสมผสานวิธีการต่อสู้ทั้งสอง
- ผังการพัฒนา (Progression trees) เฉพาะสไตล์

Nioh 3
ระบบนี้สร้างการต่อสู้ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งผู้เล่นจะต้องอ่านรูปแบบของศัตรูและสภาพแวดล้อมเพื่อเลือกแนวทางการต่อสู้ที่เหมาะสมที่สุด โยไคที่สวมเกราะหนักอาจต้องใช้พละกำลังของเทคนิคซามูไร ในขณะที่กลุ่มศัตรูอาจจัดการได้ดีกว่าด้วยการเคลื่อนที่ของนินจาและการควบคุมพื้นที่
ปรัชญาการออกแบบโลกเปิด (Open-World Design Philosophy)
การเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างโลกเปิด (Open-field structure) แสดงถึงวิวัฒนาการที่สำคัญสำหรับซีรีส์ Nioh แทนที่จะเป็นความคืบหน้าตามภารกิจ (Mission-based progression) ของภาคก่อนๆ Nioh 3 นำเสนอโลกที่เชื่อมโยงกันซึ่งผู้เล่นสามารถสำรวจได้ตามจังหวะของตนเอง ปรัชญาการออกแบบยังคงรักษาความตึงเครียดและความท้าทายอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ไว้ พร้อมให้อิสระในการเข้าถึงวัตถุประสงค์จากหลายมุมมอง
หมู่บ้านทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการสำรวจที่สำคัญ ซึ่งแต่ละแห่งมีบรรยากาศของความหวาดกลัวที่คืบคลานและความลับที่ซ่อนอยู่ ความเสียหายที่แพร่กระจายไปทั่วการตั้งถิ่นฐานเหล่านี้สร้างโอกาสในการเล่าเรื่องผ่านสิ่งแวดล้อม (Environmental storytelling) แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่จับต้องได้ของอิทธิพลเหนือธรรมชาติที่มีต่อชีวิตประจำวัน ผู้เล่นสามารถค้นพบเควสต์ย่อย (Side quests) พื้นที่ลับ และอุปกรณ์ทรงพลังได้โดยการสำรวจสถานที่เหล่านี้อย่างละเอียด

Nioh 3
การออกแบบโลกสนับสนุนทั้งการสำรวจในแนวตั้งและแนวนอน โดยเทคนิคนินจาช่วยให้เข้าถึงพื้นที่สูงที่วิธีการซามูไรไม่สามารถเข้าถึงได้ สิ่งนี้สร้างเส้นทางที่หลากหลายผ่านพื้นที่ที่ท้าทายและให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่เชี่ยวชาญทั้งสองสไตล์การต่อสู้
การออกแบบภาพและบรรยากาศ (Visual Design and Atmosphere)
Team Ninja ได้สร้างสุนทรียภาพแบบญี่ปุ่นที่โดดเด่นซึ่งผสมผสานความถูกต้องทางประวัติศาสตร์เข้ากับองค์ประกอบสยองขวัญเหนือธรรมชาติ ทิศทางศิลปะเน้นความแตกต่างระหว่างความงามตามธรรมชาติและความเสียหายเหนือธรรมชาติ สร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยและไม่สบายใจในเวลาเดียวกัน สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมถูกบิดเบือนโดยอิทธิพลของโยไค ในขณะที่ทิวทัศน์อันเงียบสงบซ่อนภัยคุกคามร้ายแรง

Nioh 3
การออกแบบตัวละครขยายปรัชญานี้ไปสู่การออกแบบอุปกรณ์และศัตรู ชุดเกราะสะท้อนถึงลักษณะคู่ของระบบการต่อสู้ โดยอุปกรณ์ซามูไรเน้นการป้องกันและการปรากฏตัว ในขณะที่ชุดนินจาเน้นการเคลื่อนที่และการซ่อนตัว การออกแบบโยไคดึงมาจากนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม พร้อมเพิ่มความทันสมัยทางภาพที่ทำให้การต่อสู้แต่ละครั้งน่าจดจำ
โหมดผู้เล่นหลายคน (Multiplayer) และเนื้อหาตามฤดูกาล (Seasonal Content)
เกมรองรับการเล่นแบบร่วมมือ (Cooperative play) สำหรับผู้เล่นสูงสุดสามคน ทำให้เพื่อนๆ สามารถร่วมกันจัดการกับเนื้อหาที่ท้าทายที่สุดได้ โครงสร้างซีซันพาส (Season pass) สัญญาว่าจะขยายเนื้อหาด้วยเรื่องราว ศัตรู และอุปกรณ์ใหม่ๆ ซึ่งจะยืดอายุการเล่นของเกมออกไปนอกเหนือจากแคมเปญหลัก

Nioh 3
Digital Deluxe Edition ให้สิทธิ์เข้าถึง Infernal Weapons Set ได้ทันที ซึ่งมีอาวุธที่ไม่เหมือนใคร 14 ชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของอาวุธในเกม เครื่องมือเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความลึกของการปรับแต่ง (Customization) ที่มีให้เมื่อผู้เล่นพัฒนาการผสมผสานเทคนิคซามูไรและนินจาที่พวกเขาชื่นชอบ
บทสรุป
Nioh 3 ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสูตรของซีรีส์ในขณะที่ยังคงรักษาการต่อสู้ที่ท้าทายและระบบการพัฒนาที่ลึกซึ้งซึ่งเป็นนิยามของแฟรนไชส์ กลไกการต่อสู้แบบสองสไตล์สร้างความเป็นไปได้ทางยุทธวิธี (Tactical possibilities) ที่สดใหม่จริงๆ ในขณะที่โครงสร้างโลกเปิดให้อิสระในการสำรวจและทดลองแนวทางที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเกมแอคชั่น RPG ที่กำลังมองหาประสบการณ์ที่ท้าทายแต่คุ้มค่า ภาคนี้สัญญาว่าจะมอบความเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ในรูปแบบที่ขยายใหญ่ขึ้นและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น











