ภาพรวม
Hades II สร้างขึ้นบนรากฐานของเกมภาคก่อน ในขณะเดียวกันก็สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวในประเภทเกมโร้คไลค์ (roguelike) ในฐานะ Melinoë น้องสาวของ Zagreus จากเกมภาคแรก ผู้เล่นจะได้ออกเดินทางเพื่อเอาชนะ Chronos เทพไททันแห่งกาลเวลา เกมยังคงรักษาการต่อสู้ที่รวดเร็วอันเป็นเอกลักษณ์ที่แฟน ๆ ชื่นชอบ พร้อมแนะนำกลไกใหม่ที่เน้นเรื่องเวทมนตร์และคาถา การเล่นแต่ละครั้งผ่านสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นแบบสุ่ม (procedurally generated) มอบความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ในการแข็งแกร่งขึ้น พร้อมการอัปเกรดถาวรที่รับรองความก้าวหน้าแม้จะพ่ายแพ้ก็ตาม
ภาคต่อนี้ขยายจักรวาลเทพนิยายที่สร้างขึ้นใน Hades ภาคแรก โดยเจาะลึกเข้าไปในเทพนิยายกรีกในขณะที่สำรวจความเชื่อมโยงกับประเพณีโบราณของเวทมนตร์ การผสมผสานของเทพนิยายนี้สร้างเรื่องราวที่เข้มข้นซึ่งค่อย ๆ คลี่คลายผ่านการโต้ตอบของตัวละครนับไม่ถ้วน สถานะ Early Access ของเกมมีเนื้อหาที่สำคัญอยู่แล้ว และประวัติที่พิสูจน์แล้วของ Supergiant ชี้ให้เห็นถึงเส้นทางการพัฒนาที่จะรวมข้อเสนอแนะจากชุมชนเข้ากับการอัปเดตหลักเป็นประจำ
อะไรที่ทำให้การต่อสู้แตกต่างออกไปในครั้งนี้?
การต่อสู้ของ Hades II พัฒนาสูตรของภาคแรกด้วยการเพิ่มเวทมนตร์เป็นกลไกหลัก ในขณะที่ยังคงรักษาการต่อสู้แบบแฮกแอนด์สแลช (hack-and-slash) ที่น่าพึงพอใจและตอบสนองได้ดี การเดินทางของ Melinoë ได้นำองค์ประกอบเวทมนตร์เข้ามาซึ่งเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นเกมในทางที่มีความหมาย

Hades II
- เสริมพลังอาวุธด้วยเวทมนตร์โบราณ
- ร่ายคาถาอันทรงพลังโดยใช้ Arcana Altar
- อัญเชิญและควบคุมสัตว์เลี้ยงคู่ใจแม่มด
- รวบรวมส่วนผสมด้วย Tools of the Unseen
- รวมพรจากเทพเจ้าเข้ากับเวทมนตร์ดำ
การต่อสู้ไหลลื่นด้วยจังหวะที่น่าพึงพอใจที่แฟน ๆ คาดหวัง แต่มีความลึกซึ้งเชิงกลยุทธ์ที่เพิ่มขึ้นจากความสามารถทางเวทมนตร์ การหลบหลีก การโจมตี และการร่ายคาถา สร้างการไหลเวียนคล้ายการเต้นรำที่ให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยและสดใหม่ คลังอาวุธที่ขยายใหญ่ขึ้นแต่ละชิ้นมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน ตั้งแต่มีดสั้นที่รวดเร็วไปจนถึงค้อนที่บดขยี้ ซึ่งทั้งหมดสามารถปรับแต่งได้ทั้งผ่านพรจากเทพโอลิมปัส (Olympian boons) และการเสริมพลังด้วยเวทมนตร์ดำ

Hades II
โลกเทพนิยายที่ลึกซึ้งและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
Hades II ขยายผืนผ้าใบเทพนิยายของเกมให้กว้างขวางกว่า Underworld ของเกมภาคแรก ผู้เล่นจะได้เดินทางผ่านสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและวาดด้วยมือ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางศิลปะของ Supergiant ตั้งแต่ป่าที่สว่างไสวด้วยแสงจันทร์ไปจนถึงถ้ำลึก แต่ละพื้นที่นำเสนอศัตรู ความท้าทาย และโอกาสในการค้นพบเรื่องราวที่แตกต่างกัน
ตัวละครที่เพิ่มเข้ามาประกอบด้วยตัวละครโปรดที่กลับมาพร้อมกับตัวละครใหม่จากเทพนิยายกรีก เทพเจ้าอย่าง Apollo เข้าร่วมเทพโอลิมปัสที่มอบพรให้ ในขณะที่สิ่งมีชีวิตใต้พิภพ (chthonic entities) ใหม่ ๆ อาศัยอยู่ในอาณาจักรเบื้องล่าง ตัวละครแต่ละตัวมีเสียงพากย์เต็มรูปแบบด้วยความใส่ใจในคุณภาพบทสนทนาอันเป็นเอกลักษณ์ของ Supergiant ซึ่งสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมายที่พัฒนาไปตามทางเลือกและความก้าวหน้าของคุณ
เรื่องราวจะคลี่คลายอย่างเป็นธรรมชาติผ่านการโต้ตอบของตัวละครเหล่านี้ โดยเรื่องราวจะปรับเปลี่ยนไปตามทางเลือกและความสำเร็จของผู้เล่น แนวทางการเล่าเรื่องนี้—ที่องค์ประกอบของเนื้อเรื่องถูกเปิดเผยผ่านการสนทนาที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการอธิบายที่ถูกบังคับ—ยังคงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่แข็งแกร่งที่สุดของเกม ซึ่งให้รางวัลแก่ความอยากรู้อยากเห็นและการเล่นซ้ำหลายครั้ง

Hades II
ความก้าวหน้าทำงานอย่างไร?
ความก้าวหน้าใน Hades II ดำเนินการบนระบบที่เชื่อมโยงกันหลายระบบที่รับรองว่าการเล่นแต่ละครั้งจะให้รางวัล แม้จะล้มเหลวก็ตาม วงจรหลักเกี่ยวข้องกับการรวบรวมทรัพยากรระหว่างการเล่นที่สามารถนำไปใช้ในการอัปเกรดถาวร ซึ่งจะค่อย ๆ เพิ่มพลังของ Melinoë และปลดล็อกตัวเลือกการเล่นเกมใหม่ ๆ
Arcana Altar ทำหน้าที่เป็นระบบความก้าวหน้าใหม่ที่สำคัญ ทำให้ผู้เล่นสามารถควบคุมความสามารถทางเวทมนตร์ที่เสริมพรจากเทพเจ้าโอลิมปัส (Olympian gods) เส้นทางความก้าวหน้าที่เน้นเวทมนตร์นี้เปิดโอกาสเชิงกลยุทธ์ใหม่ ๆ ทำให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งแนวทางของตนเองตามสไตล์การเล่นที่ต้องการ ระบบสัตว์เลี้ยงคู่ใจ (familiars system) เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง โดยให้เพื่อนร่วมทางที่ช่วยในการต่อสู้และการสำรวจในรูปแบบต่าง ๆ
สำหรับผู้เล่นที่กังวลเรื่องความยาก คุณสมบัติ God Mode ที่กลับมาอีกครั้งจะให้ความต้านทานความเสียหายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้เกมเข้าถึงได้ง่ายขึ้นโดยไม่ลดความท้าทายลงทั้งหมด แนวทางที่ปรับขนาดได้ของความยากนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้งผู้เล่นใหม่และผู้เล่นเก่าสามารถหาสมดุลที่ต้องการระหว่างความท้าทายและความก้าวหน้าได้

Hades II
วิสัยทัศน์ทางศิลปะของ Supergiant
ในด้านภาพ Hades II แสดงให้เห็นถึงสไตล์ศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Supergiant ด้วยความประณีตและรายละเอียดที่มากขึ้น สภาพแวดล้อมที่วาดด้วยมือเต็มไปด้วยสีสันและบรรยากาศ ในขณะที่โมเดลตัวละคร 3 มิติเคลื่อนไหวด้วยแอนิเมชันที่ลื่นไหลและแสดงออกถึงอารมณ์ ซึ่งทำให้ตัวละครในเทพนิยายมีชีวิตชีวา รายละเอียดภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ—เช่น เอฟเฟกต์คาถา ปฏิกิริยาของสภาพแวดล้อม และการออกแบบศัตรู—สร้างโลกที่สอดคล้องกันที่ให้ความรู้สึกทั้งเวทมนตร์และจับต้องได้
เพลงประกอบยังคงรักษาประเพณีการออกแบบเสียงที่ยอดเยี่ยมของ Supergiant โดยมีนักแต่งเพลง Darren Korb กลับมาสร้างสรรค์เพลงประกอบที่ผสมผสานเครื่องดนตรีโบราณเข้ากับความรู้สึกสมัยใหม่ เพลงจะตอบสนองต่อสถานการณ์การเล่นเกมแบบไดนามิก โดยจะเข้มข้นขึ้นระหว่างการต่อสู้และเปลี่ยนเป็นโทนเสียงที่สร้างบรรยากาศมากขึ้นระหว่างการสำรวจและบทสนทนา
การพากย์เสียงยังคงยอดเยี่ยม โดยตัวละครแต่ละตัวแสดงออกถึงบุคลิกที่โดดเด่นผ่านทั้งการเขียนและการแสดง ระบบบทสนทนายังคงรักษาความลึกและความหลากหลายที่ทำให้ตัวละครในเกมภาคแรกน่าจดจำ โดยมีบทพูดที่ไม่ซ้ำกันนับพันบรรทัดที่รับรองว่าการสนทนาจะไม่ค่อยซ้ำกัน
ความต้องการของระบบ
สรุป
Hades II ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ต่อยอดจากทุกสิ่งที่ทำให้เกมภาคแรกเป็นเกมโร้คไลค์ (roguelike) ที่กำหนดประเภทเกม ในขณะเดียวกันก็แนะนำองค์ประกอบใหม่ ๆ มากพอที่จะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว ระบบเวทมนตร์ผสานรวมเข้ากับสูตรเดิมได้อย่างลงตัว สร้างทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นโดยไม่ทำให้การเล่นเกมแอ็กชันหลักท่วมท้น โลกเทพนิยายที่ขยายใหญ่ขึ้น พร้อมด้วยตัวละครที่มากขึ้นและสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ มอบฉากหลังที่สมบูรณ์สำหรับทั้งการกระทำแบบทันทีทันใดและเรื่องราวโดยรวม
ในฐานะเกม Early Access เกมนี้มอบประสบการณ์ที่สำคัญพร้อมเนื้อหาหลายสิบชั่วโมง และแนวทางการพัฒนาที่โปร่งใสของ Supergiant ชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่สดใสเมื่อการอัปเดตยังคงขยายเกมต่อไป สำหรับแฟน ๆ เกมแอ็กชันโร้คไลค์ (action roguelikes) เทพนิยายกรีก หรือเพียงแค่เกมที่สร้างสรรค์อย่างดีเยี่ยมพร้อมทิศทางศิลปะและการเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยม Hades II มอบการผจญภัยในโลกใต้พิภพที่คุ้มค่าแก่การตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า










