Futureverse บริษัทเทคโนโลยี AI และเมตาเวิร์ส (metaverse) ระดมทุนได้ 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรอบการระดมทุนครั้งใหม่ นำโดย 10T Holdings และมี Ripple เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วม แพลตฟอร์มของ Futureverse ประกอบด้วยชุดเครื่องมือสร้างเนื้อหา AI ที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงองค์ประกอบของเมตาเวิร์ส (metaverse) เช่น เพลง วัตถุ ตัวละคร และแอนิเมชัน (animation) บริษัทมุ่งเน้นไปที่การรวมโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและเนื้อหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อสร้างเมตาเวิร์ส (metaverse) แบบเปิด
การเข้าร่วมของ Ripple ในรอบนี้เป็นที่น่าสังเกต เนื่องจากคำตัดสินของศาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า Ripple ไม่ได้ละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์เมื่อขายโทเค็น (token) สกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ให้กับสาธารณะ สิ่งนี้อาจเปิดโอกาสให้กับบริษัทเกมคริปโต (crypto) และบล็อกเชน (blockchain) ที่ก่อนหน้านี้ต้องเผชิญกับกฎระเบียบที่เข้มงวด
Futureverse ได้รวบรวม 11 บริษัทอย่างเงียบๆ ตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีเป้าหมายที่จะรวบรวมโครงสร้างพื้นฐานและเนื้อหาของเมตาเวิร์ส (metaverse) เข้าไว้ในระบบนิเวศ (ecosystem) ที่ทำงานร่วมกันได้ ซึ่งขับเคลื่อนโดยของสะสมดิจิทัล (digital collectibles) โครงการริเริ่มของ Futureverse ได้แก่ การเปิดตัวเกม (game) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ชื่อ AI League โดยร่วมมือกับ FIFA และการเป็นพันธมิตรกับ Muhammad Ali Enterprises สำหรับเกม (game) ชกมวยที่ขับเคลื่อนด้วย AI
บริษัทวางแผนที่จะใช้เงินทุนจากรอบนี้เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม Futureverse และเทคโนโลยีอื่นๆ ต่อไป แพลตฟอร์ม Futureverse สร้างขึ้นบน The Root Network ซึ่งเป็นบล็อกเชน (blockchain) ที่รวมเข้ากับ XRPL ของ Ripple ซึ่งรองรับการใช้ XRP เป็นโทเค็น (token) ค่าแก๊ส (gas) และมาตรฐาน NFT (เอ็นเอฟที) XLS-20

Futureverse ได้สร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (strategic partnerships) หลายแห่งกับองค์กรที่มีชื่อเสียง เช่น FIFA, Authentic Brands Group (ABG), Mastercard, Wimbledon, Death Row Records, Wētā Workshop, Snoop Dogg, Timbaland, Keanu Reeves และ Alexandra Grant
Futureverse มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้เล่นคนสำคัญในเมตาเวิร์ส (metaverse) โดยดำเนินการตามแผนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เปิดกว้าง ปรับขนาดได้ และทำงานร่วมกันได้ภายในอุตสาหกรรมเมตาเวิร์ส (metaverse) ตอกย้ำความสำคัญของบล็อกเชน (blockchain) ในการสร้างเมตาเวิร์ส (metaverse) ที่เปิดกว้างอย่างแท้จริง และช่วยให้ผู้ใช้เป็นเจ้าของข้อมูลประจำตัวดิจิทัล (digital identities) และข้อมูลของตนเองได้
แชร์บทความนี้และแท็ก (tag) เราบนโซเชียล (social) ใดๆ ของเราเพื่อแจ้งให้เราทราบ
เว็บไซต์ | ดิสคอร์ด (Discord) | ทวิตเตอร์ (Twitter) | ทวิตช์ (Twitch) | ยูทูบ (YouTube)

