Best Multiplayer Games for 2026

สุดยอดเกม Multiplayer ประจำปี 2026

รวมสุดยอดเกม Multiplayer ที่คัดสรรมาเพื่อปี 2026 ครอบคลุมแนวShooter, Co-op, Racing, Fighting และ Strategy ทั้งบน PC และคอนโซล

Eliza Crichton-Stuart

Eliza Crichton-Stuart

อัปเดต Feb 5, 2026

Best Multiplayer Games for 2026

เกม Multiplayer ในปี 2026 ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของการเล่นร่วมกันที่พัฒนาไปอย่างมาก ทั้งบน PC และคอนโซล แทนที่จะเน้นไปที่แนวเกมหลักเพียงอย่างเดียว ประสบการณ์ Multiplayer ที่แข็งแกร่งที่สุดในปีนี้ครอบคลุมตั้งแต่เกมแนว Competitive Shooter, เกมแนว RPG แบบร่วมมือกัน, เกมที่เน้นการสังสรรค์ ไปจนถึงเกมแนว Strategy ที่ได้รับความนิยมมายาวนาน 

เกมเหล่านี้หลายเกมประสบความสำเร็จจากการปรับปรุงสูตรสำเร็จที่คุ้นเคย พร้อมทั้งรักษาชุมชนออนไลน์ที่แข็งแกร่งและการสนับสนุนหลังการเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง พวกเขารวมกันเป็นตัวแทนของสถานะปัจจุบันของเกม Multiplayer ที่การเข้าถึงได้ง่าย, การเล่นข้ามแพลตฟอร์ม (cross-platform play) และฟีเจอร์โซเชียลที่ยืดหยุ่นมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

Competitive Shooters และ Online Action

เกมยิงออนไลน์ (Online shooters) ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของเกม Multiplayer Apex Legends ยังคงโดดเด่นด้วยการเน้นการเคลื่อนไหว, กลยุทธ์แบบทีม (squad-based tactics) และความสามารถของตัวละครที่ส่งผลต่อการแข่งขันแต่ละครั้งอย่างมีความหมาย Counter-Strike 2 สืบทอดการออกแบบเกมยิงเชิงกลยุทธ์มาหลายทศวรรษ นำเสนอการแข่งขันที่สมดุลอย่างลงตัว โดยเน้นความแม่นยำและการทำงานเป็นทีม 

Halo Infinite ตอกย้ำตำนานของซีรีส์ด้วยโหมด Arena แบบดั้งเดิม และโครงสร้าง Multiplayer แบบเล่นฟรี (free-to-play multiplayer) ที่ส่งเสริมการทดลองเล่นโดยไม่มีข้อจำกัดด้านการเงิน Splatoon 3 นำเสนอทางเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า โดยปรับกลไกการยิงให้เน้นการควบคุมแผนที่และการเคลื่อนที่ แทนที่จะเป็นการกำจัดศัตรูเพียงอย่างเดียว ซึ่งช่วยขยายฐานผู้เล่นโดยไม่ลดทอนความลึกของเกม

Cooperative Adventures และ Shared Progression

เกม Multiplayer แบบร่วมมือกัน (Cooperative multiplayer) มีความยืดหยุ่นและทดลองมากขึ้น Destiny 2 ยังคงผสมผสานการสำรวจโลกแบบแบ่งปัน (shared-world exploration) เข้ากับการเล่นภารกิจแบบร่วมมือกัน (instanced cooperative missions) โดยให้รางวัลกับการเล่นที่ประสานงานกันผ่านการอัปเกรดอุปกรณ์และการอัปเดตตามฤดูกาล Diablo IV ขยายสูตรเกม Action RPG ด้วยสภาพแวดล้อมขนาดใหญ่ที่ผู้เล่นสามารถแบ่งปันกันได้ และการตะลุยดันเจี้ยนแบบ Co-op ที่ไร้รอยต่อ ทำให้ Multiplayer เป็นส่วนสำคัญที่อยู่ตลอดเวลา แทนที่จะเป็นโหมดแยกต่างหาก 

Monster Hunter Rise เน้นการทำงานเป็นทีมผ่านการล่าที่รวดเร็ว ซึ่งให้รางวัลกับการเตรียมตัวและการประสานงาน Elden Ring Nightreign นำเสนอแนวทางที่แปลกใหม่ โดยผสมผสานระบบ Action RPG แบบร่วมมือกัน (action RPG systems) เข้ากับโซนต่อสู้ที่หดเล็กลงและองค์ประกอบแบบ Roguelite ผลักดันให้ผู้เล่นต้องร่วมมือกันภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้น Death Stranding: Director’s Cut ยังคงเป็นเกมที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Multiplayer แบบ Asynchronous ที่ผู้เล่นช่วยเหลือกันทางอ้อมผ่านโครงสร้างและทรัพยากรที่แบ่งปันกัน

Strategy และ Long-Term Competitive Play

เกม Multiplayer ที่เน้นกลยุทธ์ยังคงให้รางวัลกับความทุ่มเทและความเชี่ยวชาญ Dota 2 และ League of Legends ยังคงครองความเป็นใหญ่ในวงการ MOBA โดยแต่ละเกมตอบสนองความชอบของผู้เล่นที่แตกต่างกัน ในขณะเดียวกันก็รักษาชุมชนการแข่งขันขนาดใหญ่ไว้ Dota 2 เน้นความซับซ้อนและการปรับตัว ในขณะที่ League of Legends ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงได้ง่ายและการอัปเดตที่บ่อยครั้ง 

StarCraft II: Legacy of the Void ยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับเกม Real-Time Strategy Multiplayer ด้วยเผ่าพันธุ์ที่สมดุลอย่างระมัดระวังและโหมดที่รองรับทั้งผู้เล่นเก่าที่แข่งขันและผู้เล่นใหม่ที่ต้องการร่วมมือกัน เกมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความยืนยาวในเกม Multiplayer มักขึ้นอยู่กับการอัปเดตความสมดุลอย่างสม่ำเสมอและฐานผู้เล่นที่ทุ่มเท

Fighting Games และ One-on-One Competition

เกมต่อสู้ (Fighting games) ยังคงเป็นหนึ่งในแนวเกม Multiplayer ที่ต้องใช้ทักษะสูงที่สุด Street Fighter 6 แสดงให้เห็นว่าฟีเจอร์ออนไลน์สมัยใหม่และกลไกที่ปรับปรุงแล้วสามารถรองรับทั้งการแข่งขันแบบทั่วไปและการแข่งขันระดับสูงได้อย่างไร Tekken 8 ต่อยอดจากรากฐานเกมต่อสู้แบบ 3 มิติ ด้วยระบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้การแข่งขันมีความดุเดือดและมีพลวัต

Mortal Kombat 1 ปรับปรุงการไหลของการต่อสู้ให้ทันสมัย ในขณะที่ยังคงเอกลักษณ์ของตัวเอง ทำให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับการเล่นแบบโซเชียลและการรับชม The King of Fighters XV และ Fatal Fury: City of the Wolves ตอกย้ำเสน่ห์ของเกมต่อสู้แบบ 2 มิติแบบดั้งเดิม โดยได้รับการสนับสนุนจาก Rollback Netcode และตัวเลือกออนไลน์ที่แข็งแกร่ง Super Smash Bros. Ultimate ยังคงเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างการเล่นแบบปาร์ตี้ทั่วไปกับความลึกของการแข่งขัน โดยยังคงเป็นหนึ่งในประสบการณ์ Multiplayer ที่ยืดหยุ่นที่สุดที่มีอยู่

Racing, Sports, และ Party-Oriented Games

เกมแข่งรถ Multiplayer (Multiplayer racing) และเกมปาร์ตี้ นำเสนอทางเลือกที่ผ่อนคลายกว่าเกมแนว Competitive Shooter และ Fighting Mario Kart 8 Deluxe ยังคงเป็นเกมยอดนิยมที่เชื่อถือได้ ด้วยกลไกที่ปรับปรุงแล้วและการสนับสนุนเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง Mario Kart World ผลักดันซีรีส์ไปข้างหน้าด้วยการนำเสนอโลกเปิดที่เชื่อมต่อกันและจำนวนการแข่งขันที่มากขึ้น ขยายวิธีที่ผู้เล่นมีส่วนร่วมกับสนามแข่งของเกม 

Forza Horizon 5 สร้างสมดุลระหว่างการขับขี่ที่สมจริงกับการออกแบบที่เข้าถึงง่าย นำเสนออีเวนต์ที่แบ่งปันกันและเนื้อหาที่ผู้เล่นสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการเล่นแบบโซเชียล Rocket League ยังคงประสบความสำเร็จด้วยการจับคู่การควบคุมที่เรียบง่ายเข้ากับระบบฟิสิกส์ที่รองรับการเรียนรู้ระยะยาว เกมที่เน้นการสังสรรค์ เช่น Among Us, The Jackbox Party Pack 8 และ Clubhouse Games: 51 Worldwide Classics ให้ความสำคัญกับการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ทำให้เหมาะสำหรับการเล่นเป็นกลุ่มทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ It Takes Two โดดเด่นในฐานะประสบการณ์แบบ Co-op เท่านั้น ที่ออกแบบมาเพื่อการ แก้ปัญหาร่วมกัน (shared problem-solving) โดยเฉพาะ

Sandbox Creativity และ Puzzle-Based Multiplayer

เกมแนว Sandbox และ Puzzle ยังคงมีบทบาทสำคัญในพื้นที่ Multiplayer Minecraft ยังคงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม Multiplayer ที่ปรับเปลี่ยนได้มากที่สุด รองรับทุกอย่างตั้งแต่การสร้างแบบ Co-op ทั่วไป ไปจนถึงชุมชนเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ 

Tetris Effect: Connected เพิ่มชั้น Co-op และ Competitive ให้กับสูตรคลาสสิก โดยเน้นการประสานงานและเป้าหมายร่วมกัน เกมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Multiplayer ไม่จำเป็นต้องอาศัยการแข่งขันโดยตรงเสมอไป แต่สามารถนำเสนอทางเลือกที่สร้างสรรค์หรือผ่อนคลาย ซึ่งยังคงได้รับประโยชน์จากการเล่นร่วมกัน

  • Apex Legends

  • Among Us

  • Clubhouse Games: 51 Worldwide Classics

  • Counter-Strike 2

  • Death Stranding: Director's Cut

  • Destiny 2

  • Diablo IV

  • Dota 2

  • Fatal Fury: City of the Wolves

  • Fortnite

  • Elden Ring Nightreign

  • Forza Horizon 5

  • The Jackbox Party Pack 8

  • League of Legends

  • It Takes Two

  • Halo Infinite

  • The King of Fighters XV

  • Mario Kart 8 Deluxe

  • Mario Kart World

  • Monster Hunter Rise

  • Mortal Kombat 1

  • Minecraft

  • Rocket League

  • StarCraft II: Legacy of the Void

  • Splatoon 3

  • Street Fighter 6

  • Streets of Rage 4

  • Tekken 8

  • Super Smash Bros. Ultimate

  • Tetris Effect: Connected

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

เกม Multiplayer ที่ดีที่สุดในปี 2026 มีอะไรบ้าง?

เกม Multiplayer ที่ดีที่สุดในปี 2026 ได้แก่ Apex Legends, Destiny 2, Diablo IV, Street Fighter 6, Mario Kart World, Minecraft และ Rocket League รวมถึงเกมอื่นๆ อีกมากมาย เกมเหล่านี้โดดเด่นด้วยชุมชนออนไลน์ที่แข็งแกร่งและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

เกม Multiplayer ใดบ้างที่เล่นฟรี?

เกม Multiplayer หลักหลายเกมเล่นฟรี ได้แก่ Apex Legends, Counter-Strike 2, Halo Infinite multiplayer, League of Legends, Dota 2 และ Fortnite

มีเกม Multiplayer แบบร่วมมือกันที่ดีสำหรับเล่นกับเพื่อนหรือไม่?

ใช่ เกมที่เน้นการร่วมมือกัน เช่น It Takes Two, Monster Hunter Rise, Destiny 2, Diablo IV และ Minecraft เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นกับเพื่อน

แพลตฟอร์มใดบ้างที่รองรับเกม Multiplayer ที่ดีที่สุด?

เกม Multiplayer ที่แข็งแกร่งที่สุดมีให้เล่นบน PC, PlayStation 5, Xbox Series X/S, Nintendo Switch และ Nintendo Switch 2 โดยหลายเกมรองรับการเล่นข้ามแพลตฟอร์ม

มีเกม Multiplayer ใดบ้างที่รองรับการเล่นแข่งขันระยะยาว?

เกมอย่าง Dota 2, League of Legends, Counter-Strike 2, Street Fighter 6, Tekken 8 และ StarCraft II ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อระบบการแข่งขันระยะยาวและวงการ Esports

มีเกม Multiplayer ที่เหมาะสำหรับการเล่นแบบทั่วไปหรือเล่นกับครอบครัวหรือไม่?

ใช่ Mario Kart 8 Deluxe, Clubhouse Games: 51 Worldwide Classics, The Jackbox Party Pack 8 และ Among Us สามารถเข้าถึงได้ง่ายเป็นพิเศษสำหรับการเล่น Multiplayer แบบทั่วไปและเป็นมิตรกับครอบครัว

รายการ, เกมยอดนิยม

อัปเดตแล้ว

February 5th 2026

โพสต์แล้ว

February 5th 2026

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด